รับมืออย่างไร เมื่อเกิดสัญญาณเตือนภัยทางการเงิน

By EGG Digital
2 months ago

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ เจ้าของธุรกิจสตาร์ตอัปอาจประเมินสภาวะทางการเงินจากเรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว หรือดูว่ารายจ่ายน้อยกว่ารายได้ก็พอ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีสัญญาณเตือนภัยทางการเงินอีกหลายอย่างที่คนมักมองข้าม

สัญญาณเตือนภัยอย่างแรกคือรายได้ที่เริ่มลดลง เงินเข้าไม่แน่นอน ทั้งๆ ที่ตอนทำธุรกิจช่วงแรกมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ แต่พอทำธุรกิจไปสักปีสองปี ยอดขายเริ่มลดลง การเติบโตลดลง ขณะที่คู่แข่งในตลาดเจ้าอื่นยังเติบโตอยู่ ปัญหานี้เราต้องพิจารณาให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของเรา

สัญญาณเตือนภัยอย่างที่สองคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เงินออกมากขึ้น เราต้องดูว่ามันเกิดจากอะไรบ้าง เช่น พนักงานเราเยอะเกินไปหรือเปล่า อยู่ดีๆ เรามีต้นทุนที่ไม่คาดคิดหรือเปล่า ทำให้เวลาคิดค่าใช้จ่ายกำไรเราจะหดลงเรื่อยๆ จนติดลบ เมื่อติดลบแล้วเราก็ต้องไปหาเงินทุนมาเพื่อให้มันเป็นบวก ให้ธุรกิจไปรอด เช่น หาเงินกู้ หาเงินทุน อันนี้เป็นกุญแจสำคัญ เราต้องดูว่าถ้าบริษัทเราอยู่ในธุรกิจที่เติบโตมากๆ แต่ตัว Financial Performance เราไม่ค่อยดี เช่น Trend Revenue ตก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราต้องเริ่มสงสัยแล้วว่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าธุรกิจเติบโตแล้วบริษัทเราโตขึ้นตามจะถือว่ามีแนวโน้มที่ดี

อีกเรื่องหนึ่งเวลาดูเงินเข้าออกอย่าดู P/L (Profit and Lost) เพียงอย่างเดียว ต้องดู Balance Sheet และ Cash Flow ด้วย ดูว่า AR (Account Receivable) หรือหนี้ที่คนอื่นติดเรา รายได้ที่ยังเก็บเงินไม่ได้มีมากเท่าไร ถ้า AR มาก หมายความว่าเรามีเงินรายได้ใน P/L แต่ยังเก็บเงินไม่ได้ เลยไม่มีเงินเข้ามาหมุน ซึ่งอันตรายมากเหมือนกัน

ทางบัญชีและการเงินมักดูจาก net AR – AP (net Account Receivable – Account Payable) ว่า net เป็นบวกหรือลบ เราเรียกว่า Working Capital หรือเงินทุนหมุนเวียน ธุรกิจทั่วไปมักมีเงินทุนหมุนเวียนติดลบเพราะต้องหมุนเงินเสมอ ทำให้เงินออกมากกว่าเงินเข้า แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่รับมือได้ บางธุรกิจที่ดีมากๆ อาจไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเลย แถมได้เงินมาใช้ด้วยซ้ำ เช่น 7-11 จะมีเงินเข้ามากกว่าเงินออกเสมอ เนื่องจากเก็บเงินสดจากลูกค้าเลย แต่มีระยะเวลาการจ่ายเงินให้กับ Suppliers ยาว

สัญญาณเตือนภัยสุดท้ายที่คนมองข้ามเราเรียกว่า Contingent Liability เป็นเรื่องภาระผูกพัน บางทีบริษัทไปค้ำประกันใคร แล้วเขาชำระหนี้ไม่ได้ เราต้องไปชำระหนี้แทน เป็นสิ่งที่ไม่อยู่ใน Balance Sheet หรือใน Cash Flow ด้วย แต่ถ้าไปดูในงบ มันจะอยู่ท้ายงบการเงินแล้วมีโน้ตบอกไว้ว่าบริษัทมีภาระผูกพันอะไร เวลานักการเงินจะไปซื้อหรือลงทุนบริษัทไหน เขาต้องดูประเด็นนี้ด้วยว่าบริษัทนี้มีภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้นอะไรบ้างในอนาคต มันเหมือนหนี้ที่ยังไม่เกิด แต่อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงเหมือนกัน

จะเห็นว่าสัญญาณเตือนภัยทางการเงินเป็นตัวบ่งบอกให้เรารู้สถานะทางการเงินของธุรกิจ ถ้าเรารับมือได้ทันท่วงที ธุรกิจก็จะอยู่รอดได้

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02-020-2364

Related Post