4 วิธีใช้ดิจิทัลเพื่อธุรกิจที่ดีกว่า

By EGG Digital
1 year ago

ธุรกิจเกือบทุกประเภทที่เราสามารถนึกได้ในทุกวันนี้ มักจะมีการปรากฏตัวในรูปแบบของระบบดิจิทัลเสมอ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยวราคาถูกข้างบ้าน ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อันหรูหรา แต่ในปัจจุบันการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ทุกวันนี้หลายบริษัทใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลผลิตมากขึ้น เรามาลองดูการใช้ระบบดิจิทัลในส่วนต่างๆ ของธุรกิจ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพโดยรวมและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจของคุณดู

1. ให้ความสำคัญกับงาน HR

หน้าที่ของ HR นั้นมีมากมาย ตั้งแต่เอาตัวรอดผ่านกองจดหมายสมัครงาน ไปจนถึงการออกจดหมายแจ้งเตือนพนักงานในออฟฟิศ เราอาจจะมองว่า HR ไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าพิศมัย แต่ไม่ได้แปลว่ามันไม่ใช่วิกฤติที่คุณต้องแก้ไข การจัดหาและรักษาคนที่มีคุณภาพที่สุดเอาไว้ อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ธุรกิจสามารถทำได้เพื่อรักษาคุณภาพของงานในระยะยาว โชคดีที่เรามีระบบที่สามารถช่วยเหลือเราได้

ในปัจจุบันมีระบบซอฟต์แวร์อย่าง Talentsoft ซึ่งจะช่วยให้งานของ HR เบาขึ้น โดยการค้นหาและสัมภาษณ์ผู้สมัครในตำแหน่งงานนั้นๆ บริการนี้จะช่วยบีบอัดข้อมูลจำนวนมากที่เป็นงานใหญ่ของมนุษย์ให้ลดน้อยลง ซึ่งง่ายกว่าการปล่อยให้จดหมายสมัครงานเข้ามาเป็นจำนวนมาก และคาดหวังจะเจอคนที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์สำหรับประเมินผลการทำงานที่ช่วยให้พนักงานได้ให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ซึ่งหมายถึงเวลาที่น้อยลงและการใช้เงินที่น้อยลงในส่วนของ HR และยังทำให้ได้ผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานอีกด้วย

2. ทำให้การขายเป็นเรื่องง่าย

ฝ่ายขาย ควรเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เอาดิจิทัลไปใช้ในการเพิ่มผลผลิต ถ้าธุรกิจของคุณยังไม่เคยเริ่มต้นแม้กระทั่งในส่วนของช่องทางขายออนไลน์ อาจถึงเวลาที่คุณจะต้องพิจารณามันอีกครั้ง

ลองปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ลูกค้าได้รับดีลพิเศษด้วยการลงทะเบียนรับข่าวสารหรืออะไรที่คล้ายคลึงกัน หรือลองเพิ่มช่องทางสั่งสินค้าเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าได้โดยไม่ต้องไปที่ร้าน และพบว่าสินค้าหมดสต็อกไปแล้ว

ฟังก์ชันอื่นๆ เช่น การคำนวณราคาบนเว็บไซต์ หรือเครื่องมือที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าตามความต้องการ จะช่วยลดหน้าที่ของพนักงาน และจบการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อช่วยการตลาด

ทุกๆ คนพูดถึงโซเชียลมีเดีย เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายและแทบไม่มีค่าใช้จ่าย ยิ่งถ้าเราสามารถพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างถูกทาง ก็จะช่วยให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น และส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นตามมา

แล้วโซเชียลมีเดียจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างไร?

เนื่องจากมันแทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แถมยังช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้ตรงตามที่เราต้องการ ดังนั้นยิ่งถ้าเราธุรกิจเรามีขนาดเล็ก ก็จะยิ่งง่ายในการจัดการโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง

แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง ลองใช้ Growth Hacker เพื่อเพิ่มการมองเห็นสินค้าและยอดขาย ข้อดีคือมันเสียค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียว จึงเหมาะกับธุรกิจที่ไม่อยากเสียงเงินลงบนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าผลลัพธ์จะออกมาร้ายหรือดี

4. ปฏิวัติการสื่อสารภายในองค์กร

จำสีหน้าของพนักงานตอนที่รู้ตัวว่าไม่ได้อ่านบทความของบริษัทในการประชุมครั้งสุดท้ายได้หรือไม่? มันไม่ควรเกิดขึ้นอีก

จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารภายในองค์กร ส่งผลต่อประสิทภาพในการทำงาน เมื่อพนักงานไม่ติดตามข่าวสาร หรือผู้จัดการไม่ได้สั่งงานอย่างชัดเจน และไม่เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็น นั่นคือสัญญาณของความพัง

ลองใช้ Slack ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ให้พนักงานสามารถสื่อสารกันได้โดยตรง หรือสร้างเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ยังสามารถส่งไฟล์ หรือเก็บเป็นแฟ้มไว้เพื่อให้ค้นหาได้ง่าย แทนที่พนักงานจะต้องเสียเวลาไปรื้อในอีเมล์เก่าๆ เพื่อตามหาไฟล์งานที่ต้องการในอนาคต

ดิจิทัลเป็นเรื่องสมเหตุสมผลสำหรับทุกคน อย่ามัวแต่รอ เริ่มเลย !

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ อย่างน้อยที่สุดการเปลี่ยนจากกระดาษมาใช้ดิจิทัลคือการลดค่าใช้จ่าย และยังช่วยลดเวลาที่พนักงานจะต้องคอยหาไฟล์ในกองเอกสารได้อีกด้วย (ซึ่งจากสถิติพบว่าพนักงาน 1 คนเสียเวลากับการหาเอกสารถึง 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

ข้อมูลจาก  Small Business Trends

Related Post