อะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้มองหาบน Facebook และ Instagram

By EGG Digital
1 year ago

สิ่งที่นักวิเคราะห์และนักการตลาดทั้งหลายควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการทำความเข้าใจว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันออกไป บางสิ่งที่ประสบความสำเร็จบน Twitter อาจไม่ได้ผลที่เหมือนกันบน Facebook หรือแม้แต่สิ่งที่คุณ Pin ไว้บน Pinterest ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณจะโพสต์ใน Instagram เช่นกัน

ความสำเร็จบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากความแตกต่าง หนึ่งในตัวอย่างของความผิดพลาดคือ Google+ ซึ่งล้มเหลวเพราะแทนที่พวกเขาจะเสนอประสบการณ์ที่มีความแตกต่างและแปลกใหม่สำหรับผู้ใช้ พวกเขากลับสร้างแพลตฟอร์มลอกเลียนสิ่งที่ Facebook สามารถทำได้อยู่แล้ว  ดังนั้นการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลที่น่าดึงดูด ควรมีสิ่งที่ผู้ใช้หาไม่ได้จากที่อื่น และมีความน่าสนใจพอที่คุณจะเข้าไปทดลองใช้ระบบกับเพื่อนๆ

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจคือการเข้าใจความแตกต่างของแต่ละโซเชียลเน็ตเวิร์คและใช้วิธีการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคอนเทนต์แบบไหนเหมาะสมกับแพลตฟอร์มชนิดใดมากที่สุด?

ด้วยเหตุนี้ Facebook จึงได้ทำการศึกษาผู้คนกว่า 7,800 ราย ที่มีอายุระหว่าง 18-64 ปี ทั้งจากออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษและอเมริกา ที่ใช้ Facebook หรือ Instagram อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อค้นหาว่าพวกเขาใช้โซเชียลมีเดียอะไรและใช้อย่างไรบ้าง

โดยรายงานระบุว่า “ในขณะที่ผู้คนใช้ Facebook และ Instagram ช่วงระหว่างวันเพื่อเชื่อมต่อกับครอบครัว เพื่อนและโลกภายนอก โดยแต่ละแพลตฟอร์มนั้นมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป แต่หน้าที่ที่แท้จริงของแพลตฟอร์มเหล่านี้คืออะไร? ความแตกต่างนั้นขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และที่อยู่หรือไม่?”

และในขณะที่ทั้งสองแพลตฟอร์มนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผลการสำรวจได้แสดงให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่าคนในแต่ละพื้นที่ทั่วโลกนั้นใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่ออะไรบ้าง

ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้

การแสดงความคิดเห็น และ การหนีจากโลกแห่งความจริง

Vicki Molina-Estolano – นักวิจัย Facebook IQ พบว่า Facebook นั้นตอบสนองความต้องการที่จะมีอำนาจ การยอมรับและการเชื่อมต่อกับสังคม ในขณะที่ Instagram เติมเต็มความสนุก ความผ่อนคลาย และการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่า

“บน Instagram ผู้คนจะติดตามเหล่าคนดัง มองหาไอเดียสำหรับงาน DIY และ ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ใหม่ๆ ผ่านรูปภาพ – ในขณะที่ Facebook ผู้ใช้มุ่งเน้นที่จะเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นหลัก”

จากภาพด้านบน จะเห็นได้ว่าวงกลมในแต่ละหัวข้อมีขนาดที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าการปฏิสัมพันธ์บน Facebook นั้นหนักไปทางครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก ในขณะที่ Instagram จะเน้นเหล่าคนดังเสียมากกว่า

จากข้อมูลเหล่านี้ ผู้ใช้มองว่า Instagram เป็นประตูสู่โลกใบใหม่ ที่สามารถให้มุมมองและข้อมูลเชิงลึกมากมาย ในขณะที่ Facebook คือโลกแห่งความเป็นจริง ที่มีผู้คนและมุมมองที่พวกเขาสนใจอยากมีส่วนร่วมด้วย

Molina-Estolano ยังบอกอีกด้วยว่านี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนสำหรับคอนเทนต์ที่ได้รับการแชร์มากที่สุดในแต่ละแพลตฟอร์ม :

“ยกตัวอย่างเช่น ในงาน 2015 Melbourne Cup (การแข่งม้าชนชั้นสูง) คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบน Instagram ในช่วงระหว่างงานนี้มักจะมาจากเหล่าคนดังและโฟกัสไปยังแฟชั่น ในขณะที่คอนเทนท์ที่ได้รับความนิยมบน Facebook จะมีใจความเกี่ยวกับสิทธิสัตว์และผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์”

สิ่งเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงด้านจิตวิทยาของการแชร์มากขึ้นอีกด้วย ผู้คนมักจะแชร์สิ่งที่แสดงถึงตัวตนของพวกเขาในด้านที่อยากให้ผู้อื่นเห็นบน Facebook เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใช้เชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัว ในขณะที่ผู้คนอาจมีการเชื่อมต่อที่คล้ายคลึงกันบน Instagram แต่การที่แพลตฟอร์มนี้มุ่งเน้นไปยังภาพมากกว่า จึงทำให้เหมาะสมกับการหนีจากโลกแห่งความเป็นจริงและการหาความบันเทิง

“จากการค้นพบเหล่านี้ นักการตลาดทั้งหลายอาจใช้วิธีทดลองปฏิกิริยาการแชร์และการแสดงความคิดเห็นบน Facebook และใช้คอนเทนต์ behind-the-scenes บน Instagram”

ความแตกต่างของผู้คน

Facebook ยังได้ทำการวิจัยเรื่องความแตกต่างของพฤติกรรมการให้แพลตฟอร์มในผู้ใช้เพศชายและหญิง โดย Molina-Estolano กล่าวว่า “ในตลาดที่เราได้ทำการสำรวจ สำหรับผู้ชายแล้ว แพลตฟอร์มของพวกเขาจะไปในทางทฤษฎี ในขณะที่สำหรับผู้หญิงมักจะเป็นเรื่องอารมณ์เสียมากกว่า”

ยกตัวอย่างเช่น บน Facebook และ Instagram สาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกผู้ชายเลือกใช้แพลตฟอร์มคือการได้ความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ และการเข้าร่วมกลุ่ม ในขณะที่ผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อน

นอกจากนี้ นักวิจัยยังมองไปถึงวิธีที่กลุ่มพ่อแม่ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งทำให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านความสนใจที่พวกเขามองหาจากแต่ละแพลตฟอร์มได้อย่างชัดเจน

จากการค้นพบในกลุ่มผู้พ่อแม่ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์แบบกว้างๆว่า ผู้ใช้ในกลุ่มนี้จะมองหาคอนเทนต์ส่วนตัวบน Facebook และมองหาสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจบน Instagram ซึ่งสอดคล้องกับโฟกัสไปของแต่ละแพลตฟอร์มในระดับหนึ่ง

การใช้งานของกลุ่ม Millennial

ส่วนสุดท้ายของการวิจัยนี้คือการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ Facebook และ Instagram ในกลุ่ม Millennial ว่าคอนเทนต์แบบไหนที่พวกเขามีแนวโน้มที่จะแชร์มากกว่ากัน

กลุ่ม Millennial ถือเป็นกุญแจสำคัญของตลาด Facebook จึงให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก โดยข้อมูลได้แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่น่าสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาคาดหวังที่จะเห็นและมองหาบนแต่ละแพลตฟอร์ม

ในแง่ของการนำบทเรียนนี้ไปใช้ Molina-Estolano ได้กล่าวว่า

“นักการตลาดทั้งหลายควรวางไอเดียโดยอยู่บนพื้นฐานของวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของพวกเขา แต่ถ้าคุณสนใจที่จะปรับแต่งแนวคิดของแต่ละแพลตฟอร์ม การวิจัยของเราสามารถช่วยให้คุณเข้าใจความสนใจ ความต้องการ และความคาดหวังของผู้ใช้ในทั้งสองแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งทางเราสามารถที่จะช่วยมอบจุดเริ่มต้นแห่งการทดลองให้กับคุณได้”

สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือว่าแต่ละแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดียนั้นมีความแตกต่างกัน และแต่ละแพลตฟอร์มก็ต้องใช้กลยุทธ์ที่ต่างกันไปเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและการตอบรับจากผู้ใช้อย่างสูงสุด

แน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ย่อมแตกต่างกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องของเทรนด์กว้างๆ และความเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใช้งานมองหาบน Facebook และ Instagram ข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถนำไปใช้เพื่อเป็นการชี้ทางสำหรับสิ่งที่นักการตลาดควรโพสต์เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและเป็นที่นิยม

ข้อมูลจาก Socialmediatoday